was successfully added to your cart.

“สวัสดีชุมพร”…จากอ่าวไทย เราจะไปไกลถึงอันดามัน…

thai-sea

คอลัมน์: Enjoy The Journey สุขทุกเที่ยว

“สวัสดีชุมพร”…จากอ่าวไทย เราจะไปไกลถึงอันดามัน… โดย Nan Jan

จำได้ว่าครั้งที่ปั่นจักรยานทัวร์ริ่งสัตหีบ-ชุมพรนั้น แม้จะตื่นเต้นทุกครั้งที่ข้ามเขตแต่ละจังหวัด แต่ชุมพรคือจังหวัดที่ปั่นไปแล้ว นอกจากจะมีความรู้สึกเหมือนนักวิ่งกำลังวิ่งเข้าสู่เส้นชัย สำหรับแจนยังมีความรัก ความอบอุ่นและความคิดถึง “บ้านเกิด” หลังใหญ่จนล้นปรี่ แต่ทริปทัวร์ริ่งในครั้งนั้น เนื่องจากเป็นทริปปั่นจักรยานกู้วิกฤตคืนชีวิตให้ท้องทะเลไทย เป็นทริปสะพานบุญ ไปถึงชุมพรแล้วก็กลับกรุงเทพทันที เด็กชุมพรคนนี้จึงรู้สึกว่ายังกอดชุมพรไม่อิ่มสักไหร่
ช่วงเวลาปลายปี อากาศกำลังดี ใจพร้อม คนพร้อม แจนถามแนนว่า “ไปปั่นที่ชุมพรกันมั้ย แล้วเราจะล่องใต้ไปไกลข้ามจังหวัด แบบชนิดที่ว่า เริ่มต้นอ่าวไทย ไปไกลถึงอันดามัน” แนนตกปากรับคำทันทีไม่รีรอ เราสองคนรีบซื้อตั๋วรถไฟตู้นอนทันที เมื่อถึงวันเดินทาง สัมภาระทั้งสองข้างบนแร็คจักรยานทำให้หัวใจสูบฉีดมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่าตื่นเต้นที่จะได้ไปชุมพร ทว่าเราตื่นเต้นเมื่ออยู่บนหลักอานพร้อมสัมภาระฉบับนักเดินทางในทุกๆครั้งที่ล้อหมุนต่างหาก
จักรยานสองคันถูกจัดวางอยู่ในตู้สัมภาระ เสียค่าระวางคันละ 90 บาท ส่วนสองสาวนักเดินทางก็ย้ายตัวเองไปตากแอร์อยู่ในขบวนตู้นอนที่เต็มไปด้วยBackpacker จากทั่วทุกสารทิศ 400 กว่ากิโลผ่านไป เวลาประมาณ ตีสี่กว่าๆ เราก็ถึงสถานีชุมพรโดยสวัสดิภาพ บรรยากาศตอนนั้นยังจำได้ไม่ลืม ขนาดเป็นเด็กชุมพรก็ยังอดถามไม่ได้ว่า นี่ชุมพรหรือเชียงใหม่ ทำไมหมอกถึงหนาขนาดนี้ อากาศก็หนาวดี๊ดี แต่ยังไม่ทันได้หาคำตอบ ก็หันไปเห็นแนนกำลังถ่ายรูปรถคู่กับป้ายสถานีรถไฟชุมพรด้วยใบหน้ายิ้มแป้นไม่หลงเหลือคราบคนงัวเงียแม้แต่น้อย
“แจนปั่นนำ แนนปั่นตาม” ทั้งๆที่ผ่านมาแจนจะเป็นฝ่ายตามแนนเสียมากกว่า แต่เมื่อมาถึงถิ่นของแจนแล้ว ในฐานะเจ้าบ้านแม้จะไม่ได้อยู่ชุมพรสิบกว่าปี แต่แจนก็ยังทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง โดยเริ่มจากพาไปทานโจ๊กเจ้าประจำ บรรยากาศยังคงเดิม เห็นเด็กนักเรียนทาแป้งหน้าขาวมาทานโจ๊กเหมือนเห็นตัวเองยังไงอย่างงั้น พี่เจ้าของร้านก็ใจดีเหมือนเดิม เลี้ยงโจ๊กแนนแจนด้วยความเต็มใจเสมือนเลี้ยงต้อนรับน้องสาวกลับบ้าน เมื่อท้องอิ่มเราสองคนก็มุ่งหน้าปั่นเลียบทางรถไฟ ปะทะหมอกหนาๆจนต้องเปิดไฟเพื่อความปลอดภัยไปยังบ้านอากู๋ ตั้งใจว่าจะนอนสักงีบแต่ในความเป็นจริงแล้ว ได้แต่เอาสัมภาระไปฝากไว้ที่บ้านอากู๋เท่านั้น แผนเราสองคนเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ตามแต่พลังและบรรยากาศในเวลานั้นจะนำพา
ล้อจักรยานแตะเบรคได้ไม่กี่นาที เราก็ปั่นเที่ยวรอบตลาดชุมพร ได้ตักบาตรเอาฤกษ์เอาชัยก่อนปั่นมุ่งหน้าไป “หาดทุ่งวัวแล่น” ที่มี “นที” เพื่อนผู้เสพติดจักรยานตามๆกันมา ได้ปั่นจักรยานล่วงหน้าไปแล้ว สิบกว่ากิโลผ่านไป แม้หาดทุ่งวัวแล่นจะไม่ใช่สถานที่แปลกใหม่สำหรับแจน แต่ครั้งนี้ก็ทำเอาแจนปั่นไปมองซ้ายมองขวา แบบตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อย เพราะที่ผ่านมา การจะมาหาดทุ่งวัวแล่นนั้น ถ้าพ่อแม่ไม่พามา ก็คงรอไปไม่มีกำหนด เพราะเราถูกใส่ความรู้สึกว่ามันไกลมากผ่านการเดินทางโดยรถยนต์มาตลอด
เสียงคลื่นซัดฝั่ง สีฟ้าตัดกับน้ำทะเล และลมที่พัดมาเป็นระยะๆ ขณะที่ล้อกำลังจะแตะเบรค ภาพที่เห็นอยู่กลางทะเลไม่ได้มีแต่เรือประมงเท่านั้น “นที” เพื่อนสมัยอนุบาลที่จักรยานทำให้เราสองคนมาเจอกันหลังจากห่างหายกันไปกว่ายี่สิบปี อยู่ในชุดนักปั่น ยืนอยู่กลางทะเล โดยที่มีเสือหมอบคู่ใจจอดอยู่กลางชายหาด เห็นบรรยากาศแบบนั้นก็อดอิจฉาไม่ได้ แนนและแจนได้ใช้เวลาฟอกปอดตรงนั้นนานพอสมควรพร้อมบอกตัวเองว่า “ถึงแล้วสินะ ชุมพร” หลังจากนั้นนทีก็ชวนปั่นไปสะพานปลา เลียบทะเลไปเรื่อยๆ ถึงตอนนี้แจนเต็มใจให้นทีปลดตำแหน่งผู้นำทริปทันทีเมื่อมีเพื่อนที่คุ้นเคยกับชุมพรมากกว่าแจนหลายเท่า
“เดี๋ยวเราพาแจนกับพี่แนนไปสะพานปลานะ ปั่นไปทางสะพลี ไม่ไกลเลย หลังจากนั้นถ้าไม่รีบกลับเราจะพาปั่นไปเขาดินสอ ข้างบนเป็นจุดชมวิว แถมยังเป็นจุดชมเหยี่ยวอพยพด้วย แต่เหยี่ยวอ่ะ จะมาดูได้ช่วงเดือนตุลาคมนะ” แน่นอนว่าไม่ขัดศรัทธาของนทีแน่ เราสามคนมุ่งหน้าไปสะพานปลาที่ยังคงเงียบสงบในยามเช้าแล้วปั่นไปทางสะพลี มุ่งหน้าสู่ “เขาดินสอ” ถึงเวลานี้ขอยอมรับกันแบบไม่อายว่ายังไม่เคยไปสะพลีมาก่อนเลย ดังนั้น เขาดินสอคืออะไร ตรงไหน แนนกับแจนกำลังผจญภัยไปพร้อมกัน โดยมีนทีเป็นไกด์จำเป็น
“เอ..ไหนว่า สิบกว่ากิโล นี่เราปั่นจะยี่สิบกิโลแล้วนะ อีกไม่กี่กิโลก็อ.ปะทิวแล้ว” แจนกับแนนเริ่มแปลกใจ ขณะที่นทีก็ชักเอะใจ “แย่แล้ว!พี่แนนครับ ผมว่าเราเลยเขาดินสอมาแล้ว ขอโทษทีครับเราต้องย้อนกลับทางเดิม มันอยู่ไม่ไกลจริงๆ” เราสามคนมองหน้ากันครู่หนึ่งแล้วก็รีบปั่นกลับไปท่ามกลางแดดร้อนจ้า พอถึงเขาดินสอ ยอดเขาที่สูงที่สุดในอ.ปะทิว แจนเองปั่นได้ไม่เท่าไหร่ก็ลงเข็นรถย่างภูมิใจ เพราะเขาที่กำลังขึ้นไปสูงชันเหลือเกิน แรงที่มีใช้ไปกับการปั่นจักรยานหลงทางเกือบข้ามอำเภอไปหมดแล้ว ส่วนแนนและนทีนั้น ไม่มีใครยอมใคร ปั่นขึ้นเขาเลื้อยเป็นงูจนในที่สุดก็ถึงจุดชมวิว มีรูปปั้นเหยี่ยวตัวใหญ่พร้อมวิวต้นไม้สีเขียวๆให้ได้เสพสุดกู่
หลังจากที่อยู่บนเขาดินสอสักระยะ ก็ได้เวลาถลาลงมาเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมือง นทีต้องแยกย้ายไปทำงานต่อ แจนเลยได้กลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำทางอีกครั้ง และเนื่องจากว่าเรามีเวลาเพียง 2วันในชุมพร ก่อนที่จะข้ามเขตไปฝั่งอันดามันกันต่อนั้น เราจึงตั้งใจไปสักการะเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรฯที่สวนสาธารณะ เสมือนเข้ารายงานตัวว่า ลูกหลานท่านอย่างเราได้กลับมาชุมพรแล้ว “ใครก็ตามที่มาเยือนชุมพร ต้องมากราบไหว้เสด็จพ่อกรมหลวงฯนะ วันนี้เรามาที่นี่ พรุ่งนี้จะพาไปสักการะที่หาดทรายรี ศาลเสด็จในกรมฯอยู่ที่นั่น มาชุมพรแล้วไม่ไปสักการะท่าน เหมือนมาไม่ถึงชุมพรนะ” แจนบอกแนนพลางยกมือไหว้อธิษฐานขอให้การเดินทางของเราปลอดภัย
60 กว่ากม.ของวันแรกในชุมพรได้หมดลงด้วยความอิ่มหนำและอบอุ่น แจนได้เจอเพื่อนเก่า เจอญาติพี่น้อง คนคุ้นเคย ขณะที่แนนก็ได้สัมผัสความสัมพันธ์เหล่านั้นไปพร้อมๆกับแจน ทำให้สิ่งที่แนนได้ ไม่ใช่แค่อากาศที่บริสุทธิ์ ต้นไม้สีเขียว ชุมชนที่แบ่งปัน แต่แนนยังได้รับถึงความรัก ความเอ็นดูจากผู้ใหญ่บ้านใกล้เรือนเคียงของแจนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
และเมื่อเริ่มต้นเช้าวันใหม่ก่อนที่เราจะเดินทางต่อไปยังฟากทะเลอันดามัน แผนของเราวันนี้ เราตั้งใจปั่นไปหาดทรายรีเพื่อไปสักการะเสด็จพ่อฯตามที่ตั้งใจไว้ เราปั่นข้าม “สะพานท่านางสังข์” ซึ่งเป็นสะพานในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ว่าด้วยการต่อสู้ระหว่างทหารญี่ปุ่นกับยุวชนทหาร แถมยังได้แวะ “อนุเสาวรีย์ยุวชนทหาร”ที่ตั้งอยู่ตรงเชิงสะพานนี้ด้วย
ยี่สิบกว่ากิโลผ่านไป เข้าสู่ตลาดปากน้ำชุมพรและปั่นขึ้นเขาที่มีป้ายให้รถยนต์ใช้เกียร์ต่ำตลอดทาง ผ่าน “จุดชมวิวเขามัจทรี” ไอ้เรารึพยายามปั่นผ่านไปเพราะไม่อยากขึ้นเขา แต่แนนกลับเรียกทันควัน “ไหนๆมาแล้ว ขึ้นเขาอีกสักลูกเถอะ คงไม่มีที่ไหนชันเท่าเขาดินสออีกแล้วมั้ง ในชุมพรเนี่ย” แนนชวนแบบให้คิดแล้วก็ปั่นเพื่อยืนยันความคิดทันที แน่นอนค่ะว่า ขึ้นชื่อว่า “เขา” มีหรือที่เราจะไม่เข้าสู่ “ยุคเข็น” ก็ทำยังไงได้ในเมื่อรอบขามันไม่ไปตามใจสั่งเอาเสียเลย แจนก็ลงเข็นอีกครั้งดีกว่าปล่อยถลาถอยหลังลงเขาคงไม่สนุกแน่
“เคยเห็นแต่พื้นที่สีเขียวทางภาคเหนือ ลงใต้ก็เห็นแต่ทะเล ไม่เคยคิดเลยว่าภาคใต้อย่างชุมพรจะมีทั้งทะเลและต้นไม้ที่สมบูรณ์ขนาดนี้ คนชุมพรโชคดีจัง อากาศก็ดี คุณภาพชีวิตดีกว่าที่เราเป็นอยู่เยอะเลยนะ” แนนเอ่ยขึ้นพลางก็ยืนอยู่ดูวิวฝั่งปากน้ำชุมพร ก่อนที่แจนจะบอกให้รีบถลาลงเขาไปศาลเสด็จพ่อกรมหลวงฯ ซึ่งไม่นานนัก ปั่นยังไม่ทันไรเราก็เห็นป้ายให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่สถานที่สักการะ
“เรือรบใหญ่จัง ไปถ่ายรูปกันนะ ศาลก็สวย วิวก็สวย ทางรถขึ้น-ลงก็คนละทาง” แนนดูตื่นตากับสิ่งที่เห็นตรงหน้าหลังจากที่เราเลี้ยวซ้ายมาตามป้าย แต่แจนไม่ได้ตื่นตาสักเท่าไหร่ มาตั้งแต่เด็กๆเห็นเรือรบหลวงจักรีนฤเบศรลำนี้ก็มาตั้งแต่จำความได้ แต่กลับตื่นเต้นเสียมากกว่า เพราะการปั่นมาด้วยความตั้งใจช่างต่างไปจากการนั่งรถมาโดยสิ้นเชิง
ขณะที่เราสองคนกำลังถ่ายรูปและสักการะเสด็จพ่อฯอยู่นั้น มีพี่นักปั่นกลุ่มหนึ่งก็ได้มาพูดคุยจนทุกวันนี้ก็รู้จักกันไปโดยปริยาย พี่ๆชวนปั่นขึ้นเขาไปจุดชมวิวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็น “จุดชมวิวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร” สรุปว่า ภายในสองวัน เราปั่นขึ้นเขาถึงสามลูกกันเลยทีเดียว
หลังจากที่ชมวิวซะเต็มอิ่มแล้ว เราก็วกกลับมาในตัวเมืองอีกครั้ง และด้วยความที่เคยมีบ้านอยู่ในตลาดชุมพร แจนจึงพาแนนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นบ้าง แต่ยังไม่ทันได้เข้าไป บรรดาคุณป้าที่เห็นแจนตั้งแต่เด็กๆต่างก็รีบมากอดแถมยังฝากความคิดถึงไปถึงคนในครอบครัวแบบชนิดที่ว่า แบกความคิดถึงใส่ลังกลับไปก็ไม่พอ
“ลูกมากับใคร แม่มาด้วยมั้ย เดี๋ยวป้าให้กล้วยไปทาน เอาไปกี่ลังดี รถยนต์จอดอยู่ตรงไหน” ป้าแป๊ดแม่ค้าขายกล้วยรีบถามพลางเลือกกล้วยเป็นของฝาก แจนก็รีบตอบทันควันก่อนที่จะต้องแบกกล้วยยกลังใส่แร็คกลับไป “จักรยาน” ทำให้ผู้ใหญ่แถวนั้นตกใจและชื่นชมในเวลาเดียวกัน เราใช้เวลาตรงนั้นได้ไม่นานเพราะต้องมุ่งหน้าไปยังฟากอันดามันกันต่อ แต่ก็ไม่วาย แนนได้กระจายรายได้อุดหนุนกล้วยตากสุดอร่อยของดีเมืองชุมพร ส่วนแจนเองก็ได้กล้วยพันธุ์น้ำใจและความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ที่พร้อมให้และแบ่งปันมาเต็มกระเป๋าไม่แพ้กัน
จักรยานของเราสองคนยังหมุนต่อไปตามรอบขาและความตั้งใจที่มี สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในเมืองชุมพร ไม่ได้เกิดจากการปั่นตามหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แต่ทุกสิ่งล้วนเกิดจากครอบครัวที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ขอบคุณคุณปู่-คุณย่าที่ตั้งรกรากใต้ร่มของเสด็จพ่อกรมหลวงฯ ขอบคุณจักรยานที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดและเรียนรู้นอกตำรา ขอบคุณการแบ่งปันที่ทำให้เราได้เป็นผู้รับและพร้อมที่จะเป็นผู้ให้ในเวลาเดียวกัน เส้นทางของเรายังไปไกลอีก 300กม. กว่าจะเจออันดามัน…แล้วพบกัน…

Leave a Reply