was successfully added to your cart.

ตรวจสุขภาพประจำปี ต้องตรวจอะไรบ้าง

Super ตรวจสุขภาพ-10

ทำงานครั้งแรก จะทำอะไรก็ครั้งแรกไปหมด สำหรับชาวออฟฟิศช่วงต้นปีเป็นช่วงที่หลายๆบริษัทมีการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงาน ชาว Frist jobber อย่างเราก็ไม่ควรพลาดกับการ Check up ร่างกายหลังจากที่ใช้งานมาหนักหน่วงทั้งปี บาลานซ์จึงอยากยกการตรวจสุขภาพที่บริษัทส่วนใหญ่นำมาตรวจให้กับพนักงาน ให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ และการเตรียมตัวที่ดีก่อนตรวจสุขภาพประจำปีกันค่ะ

การตรวจสุขภาพในบริษัททั่วไป อาจแบ่งออกได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือพนักงานที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี และพนักงานที่มีอายุมากกว่า 35 ปี แต่โดยพื้นฐานแล้ว บริษัทส่วนใหญ่ จะจัดการแผนการตรวจให้กับพนักงานดังนี้

  1. ตรวจร่างกายทั่วไป (Physical Examination; PE) ประกอบไปด้วย
    • การวัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก เพื่อคำนวณหาดัชนีมวลกายซึ่งใช้บ่งบอกภาวะโรคอ้วนได้
    • การตรวจวัดสัญญาณชีพ ประกอบไปด้วย การวัดความดันโลหิต การวัดอัตราชีพจร การวัดอุณหภูมิร่างกาย การวัดอัตราการหายใจ
    • การสอบถามประวัติการเจ็บป่วยในปัจจุบันและอดีต ประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว ประวัติการใช้ยา แพ้ยา แพ้อาหาร และพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ประกอบในการวินิจฉัยโรคร่วมกับผลการตรวจอื่นๆ
    • การตรวจร่างกาย ทั้งทางสายตา ใช้มือกดสัมผัส การเคาะ ฟังเสียง เพื่อตรวจหาความผิดปกติเบื้องต้นในร่างกาย
  1. การตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray : CXR)

ช่วยในการวินิจฉัยโรคและภาวะต่าง ๆ ได้หลายอย่าง ได้แก่ ภาวะหรือโรคต่างๆที่เกี่ยวกับทรวงอก ไม่ว่าจะเป็นปอด หัวใจ หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำในช่องอก กระดูกซี่โครง กระดูกสันหลัง กระดูกไหปลาร้า กระบังลม และยังช่วยคัดกรองโรคที่สามารถติดต่อได้จากระบบทางเดินหายใจ ซึ่งถือว่าเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้เร็วอีกด้วย

  1. การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis)

สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของไตและระบบปัสสาวะได้ รวมทั้งอาจทำให้ทราบถึงความเจ็บป่วยบางอย่างในร่างกายจากการพิจารณาปริมาณสารเคมีต่าง ๆ ที่ขับออกมากับปัสสาวะได้ด้วย

  1. การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)

สามารถให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโรคเลือด รวมถึงการอักเสบหรือการติดเชื้อในร่างกายจากปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดได้

  1. ในกรณีพนักงานอายุมากกว่า 35 ปี เป็นช่วงวัยที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น เช่น โรคเบาหวาน ภาวะระดับไขมันในเลือดสูง บางบริษัทอาจมีการตรวจเพิ่มเติมดังนี้
    • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FPG)
    • การตรวจไขมันในเลือด (Lipid profile)

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้มีกฏหมายกำหนดชัดเจนว่าจะต้องตรวจอะไรบ้าง เพียงแต่มีกฏกระทรวงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่ต้องทำงานแล้วอาจเกิดปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน เช่น งานที่ต้องเกี่ยวข้องกับโลหะหนัก จะต้องมีการตรวจเลือดเพื่อหาสารโลหะหนัก เป็นต้น ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท กล่าวคืออาจมีการตรวจหรือคัดกรองภาวะหรือปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆที่แตกต่างกัน

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าและรองเท้าที่ถอดและสวมใส่ง่าย เพื่อสะดวกในการตรวจร่างกายโดยแพทย์ หรือการตรวจเอกซเรย์ปอด
  • เตรียมยาที่ทานเป็นประจำหากมีโรคประจำตัว และเอกสารสำคัญติดตัวไปด้วย เผื่อกรณีแพทย์สอบถามเพื่อประกอบการวินิจฉัยการตรวจสุขภาพ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนได้รับการตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะ
  • หากมีการตรวจระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือด จำเป็นต้องงดอาหารล่วงหน้าก่อนการตรวจตามคำแนะนำจากแพทย์และพยาบาลอย่างเคร่งครัด (ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงในกรณีตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และประมาณ 12 ชั่วโมงในกรณีตรวจระดับไขมันในเลือด)
  • หากมีข้อสงสัยหรือเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่เคยเป็นมาก่อน ให้เตรียมคำถามและจดเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ป้องกันการลืมและเพื่อที่จะสามารถสื่อสารให้แพทย์ทราบได้ครบถ้วนสมบูรณ์

แหล่งอ้างอิง

  • กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๗
  • การตรวจสุขภาพ (Medical Checkup). https://medthai.com/

 

Leave a Reply