วิตามินบี 2 (RIBOFLAVIN)

Print PDF
There are no translations available.

          วิตามินบี 2 เป็นวิตามินในกลุ่มวิตามินบีรวม ที่ร่างกายต้องการชนิดหนึ่ง สามารถละลายได้ในน้ำ ชื่อจักกันในชื่อ Riboflavin นอกจากนั้นอาจรู้จักในชื่อ วิตามินจี กรดแลคโตฟลาวิน วิตามินบี 2 พบได้ในอาหารน้อยมาก แต่คนปกติจะไม่ขาดวิตามินชนิดนี้ โดยปกติพบได้ในอาหารจำพวก เครื่องในสัตว์ ไข่ นม เป็นต้น วิตามินบี 2 มีความจำเป็นต่อการหายใจของเซลล์ เมตาบอลิสมของคาร์โบไฮเดรทและไขมัน เป็น co-enzyme ในปฏิกิริยา การเปลี่ยนวิตามิน บี 6 และกรดโฟลิก ทั้งยังทำหน้าที่รักษาสภาพของเยื่อบุผิวและ mucosa ให้เป็นปกติ เมื่อร่างกายขาดวิตามิน บี 2 จะมีอาการแสดงทางตา ริมฝีปากและผิวหนัง เริ่มแรกนั้นริมฝีปากจะอักเสบ แห้งและแตก มุมปากจะซีด แตก เรียกลักษณะดังกล่าวว่าปากนกกระจอก [Angular stomatitis] และเมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการทางผิวหนัง ใบหน้ามีสะเก็ดมันๆ ต่อมาจะมีอาหการ อักเสบของตา ตาสู้แสงไม่ได้ คันตาและแสบลูกตา
 
    * ข้อมูลทั่วไป
          o เป็นวิตามินตัวหนึ่งในกลุ่มวิตามินบีรวม สามารถละลายน้าได้ นอกจากรู้จักกันในนามของ วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวินแล้ว ยังรู้จักในนามของ วิตามิน G หรือ แลคโตฟลาวิน ซึ่งเป็นสารที่แยกได้จากนม ด้วย จะมีคุณสมบัติคล้ายวิตามิน บี 1 วิตามินบี 2 พบในเนื้อเยื้อทุกชนิด แต่พบในปริมาณน้อย
          o คุณสมบัติ
                + เป็น ผลึกสีส้มปนเหลือง เมื่อเป็นสารละลายจะเป็นสารละลายปนเขียว และสามารถเรืองแสงได้ ละลายได้ในน้ำ ไม่ละลายในน้ำมัน ทนต่อกรด อากาศ และความร้อน แต่จะสลายตัวได้เร็วในด่างและแสงสว่าง


    * ประโยชน์ต่อร่างกาย
          o เป็น โคเอนไซม์ของปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารอาหารในร่างกาย เช่น โคเอนไซม์ที่ควบคุมการใช้กรดไขมัน กรดอะมิโน กรดไพรูวิก เป็นต้น จึงช่วยให้การจ่ายอาหารเป็นไปตามปกติ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต รักษาสุขภาพของผิวหนังและระบบประสาท บำรุงสายตา ช่วยให้เม็ดเลือดแดงคงสภาพ ช่วยในขบวนการใช้ออกซิเจน ทำให้การหายใจระดับเซลล์ดีขึ้น


    * แหล่งที่พบ
          o มี อยู่ทั่วไปในพืช โดยพืชสีเขียวสามารถสังเคราะห์วิตามินนี้ได้ และพบมากใน นม เนยแข็ง เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ รำข้าว ข้าวกล้อง มันฝรั่ง และแหล่งที่พบของวิตามินบี 1 ทุกชนิด โดยนมจะมีปริมาณวิตามินบี 2 มากกว่า บี 1 ถึง 4 เท่า


    * ปริมาณที่แนะนำ
          o ทารก ต้องการประมาณ 0.4   0.6 มิลลิกรัม/วัน เด็ก 0.8   1.2 มิลลิกรัม/วัน ผู้ใหญ่ 1.2   1.7 มิลลิกรัม/วัน หญิงตั้งครรภ์ มากกว่า 3 มิลลิกรัม/วัน หญิงให้นมบุตร มากกว่า 0.5 มิลลิกรัม/วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และการขับออกของร่างกาย แต่ถ้ามีการสร้างการเจริญเติบโต ความต้องการวิตามินบี 2 จะเพิ่มขึ้นตาม


    * ผลของการขาด
          o อาการ ที่พบมักเกิดร่วมกับการขาดวิตามินตัวอื่นร่วมด้วยไม่ใช่เฉพาะวิตามินบี 2 โดยมักมีความผิดปกติกับตา ปาก และลิ้น และผิวหนัง เช่น ตามีน้ำตามากและตาเจ็บ ตามีความไวต่อแสง มีอาการริมฝีปากแห้ง แตก เป็นโรคปากนกกระจอก ลิ้นจะมีสีแดงปนม่วง ต่างกับไนอะซินที่มีลิ้นแดงเลือดหมู ผิวหนังจะตกสะเก็ด ริมปากเป็นขุย คล้ายขี้กลาก รวมทั้งผมแห้งและร่วง


    * ข้อมูลอื่นๆ
          o การดูดซึม
                + วิตามิน นี้ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก ส่วนบน โดยเปลี่ยนเป็น ฟลาวินโมโนนิวคลีโอไทด์ ในลำไส้เล็ก ไต และตับ และถูกส่งเข้ากระแสเลือดไปยังเนื้อเยื้อต่างๆ ของร่างกาย บางส่วนจะถูกขับออกทางปัสสาวะ บ้างก็เชื่อว่าวิตามินบี 2 มีการดูดซึมจากแบคทีเรียที่ลำไส้สร้างขึ้นมา เนื่องจากมีการตรวจพบวิตามินบี 2 ที่อุจาระด้วย แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เนื่องจากปริมาณที่ตรวจพบในอุจจาระมีปริมาณสูงมากกว่าที่รับประทานเข้าไป
          o สารหรืออาหารเสริมฤทธิ์
                + วิตามินบีรวม วิตามินบี 6 กรดแพนโทเธ็นนิค วิตามินบี 3 วิตามินซี วิตามินบี 5
          o สารหรืออาหารต้านฤทธิ์
                + สุรา ยาปฏิชีวนะ ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน
          o การประเมิน
                + สามารถ ทำได้โดย วัดปริมาณไรโบฟลาวินในปัสสาวะ การวัดการทำงานของเอนไซม์ glutathione reductase ในเม็ดเลือดแดง โดยปกติจะมีระดับวิตามินบี 2 ในซีรัม เท่ากับ 4   24 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร และพบในปัสสาวะ มากกว่า 120 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร

ข้อขอบคุณที่มาดีๆจาก : nutritionthailand.com
ภาพประกอบ adsfreepost.com