โคเลสเตอรอล

พิมพ์ PDF
f
โคเลสเตอรอลเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่อยู่ในกระแสเลือดและเซลล์ต่างๆของร่างกายโคเลสเตอรอล มีความสำคัญในการสร้าง?เยื่อหุ้มเซลล์, ฮอร์โมนบางชนิด และกระบวนการทำงานของเซลล์ อย่างไรก็ตามการ มี โคเลสเตอรอลในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจซึ่งนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย เนื่องจากโคเลสเตอรอลและไขมันไม่สามารถละลายได้ในเลือดดังนั้นมันจึงต้องการตัวขนส่งเพื่อลำเลียงไปยังส่วนต่างๆ ตัวขนส่งนี้เรียกว่าไลโปโปรตีน(lipoprotein) ไลโปโปรตีนมีหลายชนิด?แตชนิดที่เกี่ยวข้องมากที่สุดคือ ไลโปโปรตีนนี้มีความหนาแน่นต่ำ(low density lipoprotein : LDL)?และ?ไลโปโปรตีน ที่มีความหนาแน่นสูง(highdensity lipoprotein : HDL)
LDL-โคเลสเตอรอล คืออะไร
LDL คือตัวขนส่งตัวหลักของโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด ถ้ามี LDL-โคเลสเตอรอลในกระแสเลือดมาก เกินไป มันจะค่อยๆ สะสมและก่อตัว เป็นกำแพงบนผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและหัวใจ ซึ่งเมื่อ รวมกับอนุภาคตัวอื่นๆแล้ว มันก็จะกลายเป็นพลาค (plaque) แข็งเกาะอยู่บนผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิด กาตีบตันของ หลอดเลือด สภาวะนี้เรียกว่า ภาวะหลอดเลือด (Atherosclerosis) และถ้ามีการก่อตัวของเกล็ดเลือด ใกล้ๆพลาคนี้จะก่อให้เกิดการอุดตัน และทำให้เกิดภาวะ กล้ามเนื้อหัวใจ ขาดเลือด (Stroke) หรือ? ภาวะอัมพฤกษ์อัมพาตได้ ระดับ LDL-โคเลสเตอรอลที่สูง เกิน 160 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร บ่งบอกถึง การเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุว่า ทำไมเราจึงเรียก LDL- โคเลสเตอรอลว่า เป็น โคเลสเตอรอลตัวร้าย (bad cholesterol)

           จากการศึกษาของ Keys และคณะ และ Hegsted และคณะแสดงให้เห็นว่ากรดไขมันอิ่มตัว (มีจำนวนคาร์บอนเรียง ต่อกันเป็นสายยาว 12 ถึง 16 อะตอม)จะเพิ่มโคเลสเตอรอลรวมและ LDL-โคเลสเตอรอล ในขณะที่กรดไขมันอิ่มตัวที่มีคาร์บอน 18 อะตอม(C18:0) และกรดไขมันไม่อิ่มตัว เชิงเดี่ยว (cis C18:1) จะไม่มีผลในการเพิ่มหรือลดปริมาณLDL-โคเลสเตอรอลและกรดไขมันไม่อิ่มตัว เชิงซ้อน จะช่วยลดระดับ DL-มีการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหลายชนิดที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจเช่น ระดับไขมันในเลือด การแข็ง ตัวของ เกล็ดเลือด ความไวของการถูกออกซิไดส์ของ LDL ละความไวต่อฮอร์โมนอินซูลินของเซลล์ เมื่อเปรียบเทียบกับกรดไขมันอิ่มตัว แล้วกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ยังช่วยลดโคเลสเตอรอลรวมและ LDL- โคเลสเตอรอล และช่วยเพิ่ม DL-โคเลสเตอรอล และลดระดับ ของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด กะทิธัญพืชตรา ฟอร์แคร์ - มีปริมาณ MUFAs และ PUFAs มากกว่า กะทิธัญพืช ตรา ฟอร์แคร์มีกรดไขมัน ไม่อิ่มตัว เชิงเดี่ยว 32.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่ากะทิประมาณ 5 เท่า และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เชิงซ้อน 31 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่ากะทิประมาณ 10เท่า

           ปัจจุบันยังไม่มีตัวบ่งชี้ที่ดีพอจะบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของกรดไขมันกับความเสี่ยงต่อมะเร็ง การศึกษาทางระบาดวิทยาแสดงให้เห็นว่าชนิดของไขมันในอาหาร กับความเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งมีความสัมพันธ์กันน้อยและยังไม่แน่ชัด มะเร็งเต้านม : ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ไม่มีความสัมพันธ์กับชนิดของไขมันที่บริโภคมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ากรดไขมันไม่ อิ่มตัวเชิงเดี่ยวอาจสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงต่อการ เป็นมะเร็ง ในขณะที่ไขมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ การเป็นมะเร็ง แต่อย่างไรก็ตามผลการวิจัยดังกล่าวยังมีความ น่าเชื่อถือน้อยและควรตระหนักไว้เป็น ข้อมูล พื้นฐานเท่านั้น  มะเร็งต่อมลูกหมาก:กรดไขมันอิ่มตัวในอาหารเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ความสัมพันธ์ดังกล่าว อาจเป็นเพราะ ผลจากการที่กรดไขมันอิ่มตัวมีผลต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรในกระแสเลือด มะเร้งลำไส้ใหญ่ : ระดับไขมันปริมาณมากในอาหารเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็ง แต่ผลดังกล่าวอาจเป็นผลโดยตรงจากสารก่อมะเร็งที่เกิดจาก การใช้ความร้อนสูงในการประกอบ อาหารประเภทเนื้อสัตว์

( 0 Votes )

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช