skip to Main Content
5 เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ

Food allergy ภูมิแพ้อาหาร

แพ้นมวัว แพ้กลูเตนจากแป้งสาลี แพ้ไข่ แพ้อาหารทะเล แพ้ แพ้ แพ้!!!!!  เคยได้ยินคนรอบตัวคุณมีอาการแพ้สิ่งเหล่านี้บ้างกันไหมคะ เชื่อว่าอย่างน้อยคุณต้องมีใครสักคนที่รู้จัก หรือ คนในครอบครัวของเขาเหล่านั้น มีอาหารแพ้อาหารบางอย่างบ้าง หรือ แม้กระทั่งคนในครอบครัว หรือตัวของคุณเอง  การแพ้อาหารในปัจจุบันนี้มีพบได้มากขึ้นกว่าในอดีตและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น  การแพ้อาหารนั้น มีสาเหตุมาจากปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราเอง ที่คิดว่าอาหารที่ทานเข้าไปนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจึงสร้างกลไกต่อต้าน ไม่ยอมรับสารนั้นให้เข้าไปในร่างกาย โดยสร้างสารที่เรียกว่าเป็น แอนตี้บอดี้ และเจ้าสารตัวนี้จะมีผลออกฤทธิ์ไปยังเซลล์อื่นๆในร่างกาย เช่น ผิวหนัง ปอด และ ระบบทางเดินอาหาร และนี่เป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมคนที่มีอาการแพ้ จึงเกิด ผื่นคันแพ้ตามผิวหนัง บวม มีการหายใจผิดไปจากปกติ อาการท้องเสีย เป็นต้น หรือ ในบางคนอาจมีอาการรุนแรง ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที (เรียกว่า Anaphylaxic )

อาการแพ้อาหาร (food allergy) จะเกิดขึ้นภายใน 2 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้นหลังจากทานอาหารที่แพ้เข้าไป โดยไม่ว่าอาหารนั้นจะผ่านความร้อนจากการปรุงประกอบมาแล้วหรือไม่ก็ตาม  

กลุ่มอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการแพ้ : นม ไข่ ถั่วเปลือกแข็ง(tree nuts) ถั่วลิสง แป้งสาลี (wheat) ถั่วเหลือง ปลา สัตว์ทะเลมีเปลือก(shellfish)   (หมายเหตุ: คนที่แพ้อาหารทะเลชนิดใดชนิดหนึ่ง มีความเสี่ยงที่จะแพ้อาหารทะเลชนิดอื่นด้วย เช่น คนแพ้กุ้ง อาจจะมีความเสี่ยงแพ้หอยด้วย)  ข่าวดีคือ ในเด็กที่มีการแพ้ นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง และแป้งสาลี เมื่อโตขึ้นอาหารแพ้มีแนวโน้มที่จะลดน้อยลง

Food intolerance is not food allergy. มีอาการอีกอย่างหนึ่งที่คล้ายว่าเราจะแพ้อาหารนั้น  เช่น มีอาการท้องเสีย แน่นท้อง ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนแต่ไม่ได้มีอาการแพ้ทางผิวหนังหรือการหายใจติดขัดร่วม เรียกการแพ้แบบนี้ว่า Food intolerance เช่น Lactose intolerance ในคนที่ดื่มนมแล้วท้องเสีย ซึ่งจะไม่ได้แรงแรงถึงชีวิต

วิธีการรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่ให้ใช้วิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้การแพ้เกิดขึ้นได้ นั่นคือ

  • หลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารชนิดนั้น
  • แยกภาชนะที่ใช้ปรุงประกอบอาหาร จานชาม ช้อน ส้อม สำหรับผู้ที่แพ้อาหาร
  • อ่านฉลากอาหารและส่วนประกอบของอาหารนั้นอย่างถี่ถ้วนทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร
  • จดบันทึกอาหารที่รับประทานทุกวัน
  • เวลาไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ให้แจ้งร้านอาหารเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง และควรมีบัตรประจำตัวที่เขียนระบุเรื่องอาหารที่แพ้ติดตัวไปทุกครั้ง
  • ในกรณีที่เคยพบแพทย์แล้ว ให้เตรียมยาฉีดที่ได้รับจากแพทย์ติดตัวไว้เสมอ
  • แนะนำให้ทานอาหารอื่นที่ไม่ได้แพ้ ให้หลากหลายชนิด และครบห้าหมู่ เพื่อทดแทนสารอาหารที่อาจขาดไปจากอาหารที่เราต้องหลีกเลี่ยง

อ้างอิง American Academy of Allergy Asthma &Immunology

SHARE FOR HEALTH
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Back To Top